ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชม 11 มีนาคม 2553, 11:27:42
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
   
Languages    
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่สมุนไพร: วิถีไทยกำลังเป็นที่นิยม  (อ่าน 382 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
d@eng
แม่ลิงจอมงอแง
*****


~สาวภูไทสกลนคร~

คะแนนจิตพิสัย +205 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

หญิง  ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้

Money: 4294967273 $

Age : 30

Member ID : 3

Level 2 : Exp 90%
HP: 88.9%
PD: 30.359

Login Time : 245:5:21

Total Posts : 13692

Total Topics : 6,447

เว็บไซต์
 
« เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2552, 05:41:17 »
*





                การผสานผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์เข้ากับพืชสมุนไพร ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีศักยภาพในการทำตลาดสูงขึ้น พืชสมุนไพรได้รับการศึกษาค้นคว้าและได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่าง มากในปัจจุบัน ซึ่งน่าจะมาจากสองเหตุผล คือ ความใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มากกว่าเรื่องรสชาติเพียงอย่างเดียว กับอีกเหตุผลหนึ่ง ในเรื่องของวิถีไทยที่ได้รับการรณรงค์อย่างต่อเนื่องจากภาครัฐและเอกชน จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำแนวโน้มตลาดมาปรับใช้กับการแปรรูปผลผลิตจากฟาร์ม ปศุสัตว์ ทำให้การตลาดสินค้าชนิดนี้ครบเครื่องมากยิ่งขึ้น

ไก่ปรุงสมุนไพร หรือ ไก่เลี้ยงด้วยสมุนไพร

เนื่องจากสมุนไพรมีหลายชนิด การนำสมุนไพรมาใช้กับสัตว์ จึงทำได้ทั้งสองขั้นตอน คือ ช่วงการเลี้ยงและช่วงการแปรรูป

             ไก่ปรุงสมุนไพรเป็นการแปรรูปเนื้อไก่โดยใช้สมุนไพรมาช่วยปรุงรสและเพิ่มมูลค่า สมุนไพรที่นำมาใช้ ได้แก่ ขิง ตะไคร้ ใบเตย เร่ว ดอกคำฝอยหรือชาเขียว หรือสมุนไพรที่เรานำมาปรุงอาหารสามารถดัดแปลงมาใช้ปรุงเนื้อไก่ให้เป็นเนื้อ ไก่ปรุงสมุนไพรสำเร็จรูปได้ทั้งสิ้น

               ส่วนไก่เลี้ยงด้วยสมุนไพร เกิดจากแนวความคิดการลด ละ เลิกพึ่งพาสารเคมีในการเลี้ยงสัตว์ เพื่อทำให้เป็นอาหารปลอดสารพิษตกค้าง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ซึ่งจากการทดลองพบว่า สมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส จึงสามารถนำมาใช้ในการเลี้ยงไก่ หรือ ปศุสัตว์ต่างๆ เพื่อลดการใช้ยาและสารเคมีได้เป็นจำนวนมาก


วิธีเลี้ยงไก่สมุนไพร

                จากความต้องการที่จะหาสารทดแทนยาปฏิชีวนะในไก่ ซึ่งต้องสามารถป้องกันโรคทางเดินอาหาร (ท้องเสีย) และโรคทางเดินหายใจ (ไอ จาม) ที่ไก่มักมีปัญหาจากสองโรคนี้เป็นประจำ ทั้งนี้เพราะการเลี้ยงที่หนาแน่น มีการระบายอากาศน้อย ประกอบกับเมืองไทยมีอากาศร้อนชื้น ไก่จึงต้องกินน้ำมากและถ่ายมาก ทำให้พื้นชื้นแฉะ เกิดกาซแอมโมเนีย ระคายเคืองทางเดินหายใจไก่ ส่วนพื้นที่ชื้นแฉะจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคท้องเสียหลายชนิดที่ติดต่อในไก่ ได้

                 สมุนไพรที่นำมาใช้จึงต้องป้องกันสองโรคนี้ได้ สมุนไพรที่แนะนำให้ใช้เป็นสมุนไพรที่ผ่านการพิสูจน์การใช้ในคนมาแล้ว จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นพิษหรือสารตกค้างที่จะถ่ายทอดมาสู่ผู้บริโภค

                สมุนไพรที่ใช้แก้อาการในระบบทางเดินหายใจได้แก่ ฟ้าทลายโจรและไพล จะช่วยเรื่องแก้ไข้ แก้ไอ ขยายหลอดลม ส่วนสมุนไพรที่ช่วยระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ใบฝรั่งและเปลือกมังคุดที่มีสารแทนนินช่วยเคลือบทางเดินอาหาร ป้องกันโรคท้องเสีย และขมิ้นชันช่วยรักษาโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบและท้องเสีย

               การใช้สมุนไพรดังกล่าวป้องกันโรค จำเป็นต้องให้ไก่หรือสัตว์ที่เลี้ยงกินทุกวัน เช่นเดียวกับยาปฏิชีวนะที่ผสมอยู่แล้วในอาหารไก่สำเร็จรูป จะช่วยให้การป้องกันโรคได้ผลดี

               การเลี้ยงไก่สมุนไพร เพื่อใช้บริโภคในประเทศเองก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าจะทำในเชิงพาณิชย์ หรือนำสมุนไพรเข้าไปใช้ในฟาร์มมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ เพื่อการส่งออกอาจต้องผ่านการรับรองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการรับรอง อาจต้องให้สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มและลูกค้า (ผู้นำเข้าเนื้อไก่ในต่างประเทศ) เป็นผู้รับรองไปก่อนก็น่าจะได้

                 ในต่างประเทศก็มีความสนใจบริโภคเนื้อไก่สมุนไพรอย่างแพร่หลาย อย่างเช่น ผู้นำเข้าไก่ของญี่ปุ่นสั่งซื้อเนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่เสริมกระเทียม ลงไปในสูตรด้วย เป็นไก่สมุนไพร บางบริษัทจึงได้ค้นคว้าและผลิตเนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยกระเทียมขายกันบ้างแล้ว



ลิงค์หัวข้อ: http://www.trytodream.com/topic/9339
      บันทึกการเข้า
                    
*
บุคคลทั่วไ
d@eng
แม่ลิงจอมงอแง
*****


~สาวภูไทสกลนคร~

คะแนนจิตพิสัย +205 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

หญิง  ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้

Money: 4294967273 $

Age : 30

Member ID : 3

Level 95 : Exp 34%
HP: 88.9%
PD: 30.359

Login Time : 245:5:21

Total Posts : 13692

Total Topics : 6,447

เว็บไซต์
 
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2552, 05:53:13 »
*


ประโยชน์จากสมุนไพร

                   ขิง เป็น สมุนไพรที่นำมาทำเป็นอาหารได้ทั้งคาวหวาน ใช้ได้ทั้งสดและแห้ง มีรสเผ็ด ขิงยังเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง ใช้ปรุงแต่งรสอาหาร มีสรรพคุณเป็นยาช่วยขับลม


                  เร่วหอม เร่วเป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน มีลำต้นบนดินสูง 2-4 ศอก ซึ่งเป็นกาบใบหุ้มซ้อน กันแน่น ใบเรียวปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อสีชมพูอ่อน ลูกเป็นสีน้ำตาล ค่อนข้างกลม หรือรูปไข่ ปลูกโดยใช้หน่อ เมล็ดในเร่ว มีรสเผ็ดปร่า แก้คลื่นเหียนอาเจียน และขับผายลม เมล็ดในของผลแก่ ใช้แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด บดเป็นผง รับประทานครั้งละ 3-9 ผล

                  ตะไคร้ เป็นเครื่องเทศที่ใช้ปรุงรส และแต่งกลิ่นอาหารไทยหลายอย่าง เช่น น้ำพริกแกงทุกชนิด ต้มยำ ยำ ต้มเนื้อ ต้มโคล้ง แกงไตปลา ข้าวยำปักษ์ใต้ ช่วยดับกลิ่นคาว แต่งรสและมีฤทธิ์ทางสมุนไพรช่วยขับลม รสปร่า กลิ่นหอม บำรุงไฟธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ ทำให้เจริญอาหาร แก้คาว แก้จุกเสียด ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เป็นยารักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาการขัดเบา ปัสสาวะขัด ไม่คล่อง

                ใบฝรั่ง เคี้ยวดับกลิ่นปาก รสฝาด ฤทธิ์ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย ใช้เป็นยาแก้อาการท้องเดินแบบไม่รุนแรง

                 ไพล เป็นไม้ลงหัว เหง้าขนาดใหญ่ เนื้อสีเหลือง กลิ่นหอม ใบเรียวยาวปลายแหลม ดอกออกรวมกันเป็นช่อ ช่อดอกรูปร่างเหมือนกระบองโบราณ มีใบประดับสีเขียวนวลอัดกันแน่น ดอกสีขาวนวล ก้านช่อดอกยาวแทงจากเหง้า ไพลใช้แก้ฟกบวมเคล็ดขัดยอก ขับลม ท้องเดิน และช่วยขับระดู นิยมใช้เป็นยาหลังคลอดบุตร

                ฟ้าทะลายโจร เป็นพืชล้มลุก สูง 1-2 ศอก ลำต้นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งด้านข้างจำนวนมาก ใบสีเขียวเป็นมัน ใบรียาว ปลายแหลม ดอกขนาดเล็ก สีขาว มีรอยกระสีม่วงแดง ฝักคล้าย ฝักต้อยติ่ง เมล็ดในสีน้ำตาลอ่อน ฟ้าทะลายโจร รักษาโรคติดเชื้อได้หลายโรค ใช้รักษาอาการท้องเดิน และอาการเจ็บคอ

              ขมิ้นชัน เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าขมิ้นสีเหลืองเข้มจนถึงสีเหลืองจำปา มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบคล้ายใบพุทธรักษา ปลายแหลม ออกดอกเป็นช่อมีก้านช่อแทงจากเหง้าโดยตรง ดอกสีขาวอมเหลือง ใบประดับสีเขียวอมชมพู ใช้เหง้าปลูก ขมิ้นชันใช้เป็นเครื่องปรุงรสและสารแต่งสี อาหารหลายอย่างใส่ขมิ้น ทำให้สีและกลิ่นชวนรับประทาน รสฝาดกลิ่นหอม แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ขับลม แก้ท้องร่วง มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา ช่วยขับลม ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น เจริญอาหาร เหง้าสดขมิ้นชันใช้เป็นยารักษาฝี แผลพุพอง และแก้อาการแพ้อักเสบ ใช้รักษาอาการ ท้องอืดเฟ้อ ปวดท้อง แน่นจุกเสียด และอาหารไม่ย่อย


ลิงค์หัวข้อ: http://www.trytodream.com/topic/9339
      บันทึกการเข้า
                    
*
บุคคลทั่วไ
d@eng
แม่ลิงจอมงอแง
*****


~สาวภูไทสกลนคร~

คะแนนจิตพิสัย +205 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

หญิง  ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้

Money: 4294967273 $

Age : 30

Member ID : 3

Level 95 : Exp 34%
HP: 88.9%
PD: 30.359

Login Time : 245:5:21

Total Posts : 13692

Total Topics : 6,447

เว็บไซต์
 
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2552, 05:55:40 »
*

ข้อควรระวัง

                    ในการปรุงรสไก่สมุนไพร อาจต้องทดลองปรุงทดลองชิม ปรับสูตรกันไปไม่ยาก แต่การนำสมุนไพรมาใช้เลี้ยงไก่จะต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ เช่น

                    - ความสม่ำเสมอของการผลิตสมุนไพร สมุนไพรที่นำมาใช้ต้องมีเพียงพอและขยายกำลังการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย เพราะจำเป็นต้องใช้ในปริมาณสูงอย่างสม่ำเสมอ

                    - การควบคุมคุณภาพของสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปลูก วิธีการเก็บเกี่ยว ระยะเวลาที่เก็บเกี่ยว การเก็บรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้สมุนไพรคงคุณภาพได้นานที่สุดจนกว่าจะนำไปใช้

                   - อาหารไก่สำเร็จรูปในท้องตลาดมียาผสมอยู่แทบทุกชนิด ยกเว้นอาหารระยะสุดท้ายที่กินเพื่อรอเวลาจับขาย จะไม่มียาผสมอยู่ การใช้สมุนไพรในอาหารไก่อาจต้องสั่งทำเป็นพิเศษ หรือผสมอาหารขึ้นใช้เอง จึงควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

                    - สมนุไพรบางชนิดทำให้เนื้อไก่เปลี่ยนรสชาติ เนื่องจากมีน้ำหอมระเหยเจือปนอยู่ ซึ่งอาจทำให้รสชาติดีขึ้น เช่น กระเทียม หรือบางชนิดทำให้รสชาติแย่ลง จะต้องพิจารณาเลือกใช้เช่นกัน

                   - อาหารผสมสมุนไพร อาจมีกลิ่น รสเปลี่ยนแปลงไป ควรทดสอบให้สัตว์ลองกินดูก่อน แต่ถ้าสัตว์ไม่กินก็ไม่ได้รับประโยชน์จากสมุนไพรใดๆ เลย


บทสรุป

              การนำพืชสมุนไพรมาใช้ในวงการปศุสัตว์นับเป็นเรื่องเก่าที่นำมาใช้ใหม่ ในยุคที่เทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์กำลังก้าวไกล เราก็ต้องหันกลับไปสู่วิถีธรรมชาติที่ปลอดภัยกว่า

                การดัดแปลงแปร รูปเมนูอาหารสำเร็จออกขายด้วยการปรุงสมุนไพรก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่เราลืมกันไปบ้างเท่านั้นเอง การนำสมุนไพรมาประกอบเข้ากับอาหารที่มาจากเนื้อสัตว์ แล้วทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ดีๆ ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของสมุนไพรที่ผู้บริโภคจะได้รับ (ส่วนเนื้อสัตว์ไม่ต้องบรรยาย เพราะผู้บริโภครู้จักดีอยู่แล้ว) ก็สามารถขายได้และขายดีด้วย

                การใช้สมุนไพรในวงการปศุสัตว์ มิใช่เฉพาะไก่หรือสุกร สามารถใช้ได้แทบทุกชนิด แม้แต่ปลาหรือกุ้ง แต่สมุนไพรที่ใช้ก็หลากหลาย ถ้าเกษตรกรจะดัดแปลงไปใช้เองก็ลองเริ่มจากสมุนไพรที่ใช้ในคนก่อน เพราะการออกฤทธิ์จะใกล้เคียงกัน และได้รับการยอมรับว่าปลอดภัยแล้ว การนำพืชสมุนไพรแปลกๆ มาใช้อาจต้องผ่านการพิสูจน์หลายขั้นตอน จึงควรหลีกเลี่ยงไปก่อนในช่วงเริ่มต้นอย่างนี้

 โดย - คอลัมน์นิสต์เขียนบทความทางวิชาการในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน  -สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
   

ลิงค์หัวข้อ: http://www.trytodream.com/topic/9339
      บันทึกการเข้า
                    
*
บุคคลทั่วไ
d@eng
แม่ลิงจอมงอแง
*****


~สาวภูไทสกลนคร~

คะแนนจิตพิสัย +205 | -0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

หญิง  ผู้เริ่มต้นกระทู้นี้

Money: 4294967273 $

Age : 30

Member ID : 3

Level 95 : Exp 34%
HP: 88.9%
PD: 30.359

Login Time : 245:5:21

Total Posts : 13692

Total Topics : 6,447

เว็บไซต์
 
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 มกราคม 2553, 04:45:58 »
*


ลิงค์หัวข้อ: http://www.trytodream.com/topic/9339
      บันทึกการเข้า
                    
*
บุคคลทั่วไ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


บ้านใกล้-เรือนเคียง